fbpx

ความยาวคลื่นที่แตกต่าง กับหน้าที่ที่ต่างกัน

พืชตอบสนองและนำแสงไปใช้แตกต่างกันตามสายพันธุ์และตามสภาพแวลดล้อมที่เจริญอยู่ วิวัฒนาการของพืชแต่ละชนิด

ช่วยให้พืชมีกลไกที่หลากหลายในการนำแสงไปใช้เพื่อการอยู่รอด เจริญเติบโต และสืบพันธุ์ ดังนั้นแล้วการทำความเข้าใจ

ถึงความแตกต่างของพืชที่ตอบสนองต่อแสงที่ความยาวคลื่นต่างๆกันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญในการเลือกใช้ไฟปลูกต้นไม้

(horticulture lighting) การทำความรู้จักกับชนิดของแสงที่ความยาวคลื่นต่างๆจะช่วยให้เราเข้าใจกลไกการทำงานและ

การตอบสนองของพืชได้ดียิ่งขึ้น โดยหลักแล้ว แสงที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตแบ่งได้เป็น 5 ช่วงความยาวคลื่น ได้แก่

 

อัลตราไวโอเลต (Ultraviolet; แสงที่ความยาวคลื่น 10 – 400 นาโนเมตร)

แม้ว่าการได้รับแสงอัลตราไวโอเลตในปริมาณสูงจะเป็นอันตรายต่อพืชดอก แต่การได้รับแสงช่วงความยาวคลื่นใกล้อัลตรา

ไวโอเลต (หรือ near-UV เป็นแสงที่มีความยาวคลื่นในช่วง 300-400 นาโนเมตร) ในปริมาณต่ำนั้นกลับส่งผลดีต่อพืช แสง

อัลตราไวโอเลตมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างสี กลิ่น รส ในพืช แสงช่วงใกล้อัลตราไวโอเลตส่งผลต่อกระบวน

การเมทาบอลิซึม จากการศึกษาพบว่าแสงอัลตราไวโอเลตที่ความยาวคลื่น 385 นาโนเมตร ส่งเสริมการสร้างและการสะสม

ของสารกลุ่มฟีโนลิก (phenolics) ทำให้สารสกัดจากพืชมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วพบว่าแสงอัล

ตราไวโอเลตชนิดบี (UVB) ช่วยเพิ่มระดับของสาร Tetrahydrocannabinol หรือ THC ในกัญชาด้วย

 

แสงสีน้ำเงิน (Blue light; แสงที่ความยาวคลื่น 430 – 450 นาโนเมตร)

แสงในช่วงความยาวคลื่นนี้เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของคริปโตโครม (cryptochrome) โดยคริปโดโครมทำหน้าที่ควบคุม

การเจริญเติบโตในการการยืดออกของลำต้น การขยายตัวของใบ และโฟโตโทรฟิน (phototrophin) ซึ่งควบคุมการเจริญ

เติบโตของพืชไปตามทิศทางของแสง ผลของแสงสีน้ำเงินส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของคลอโรพลาสต์ การเปิดของปากใบ

การเจริญของเมล็ด และการยับยั้งการยืดออกของลำต้น การศึกษาพบว่าพืชที่ปลูกภายใต้แสงสีน้ำเงินความเข้มข้นสูง จะ

มีความสูงน้อยกว่าพืชที่ได้รับแสงสีน้ำเงินความเข้มข้นต่ำหรือไม่ได้รับแสงสีน้ำเงินเลย ในเชิง horticulture แสงสีน้ำเงิน

มีความสำคัญต่อพืชในช่วงหลังงอกไปจนถึงก่อนออกดอก หรือที่เรียกว่า vegetative stage เป็นภาวะที่พืชมีกระบวนการ

สังเคราะห์ด้วยแสงสูง มีการสะสมปริมาณสารอาหารในปริมาณมากเพื่อพร้อมสำหรับสืบพันธุ์และออกดอก ช่วงนี้จึงเป็น

ช่วงที่พืชไม่ควรสูญเสียการสะสมแหล่งพลังงานดังกล่าวไปกับการยืดของลำต้น การที่พืชได้รับแสงสีน้ำเงินจึงช่วยลดการ

ตอบสนองการยืดออกของลำต้น ช่วยให้พืชในระยะ vegetative stage สามารถสะสมแหล่งพลังงานเพื่อใช้ในการ

ออกดอกได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้แล้วแสงสีน้ำเงินยังส่งผลต่อการสร้างเม็ดสี และสารในกลุ่มเทอร์พีน (terpene) ซึ่งเป็น

สารให้กลิ่นในพืช

 

แสงสีเขียว (Green light; แสงที่ความยาวคลื่น 500 – 550 นาโนเมตร)

แสงสีเขียวเป็นแสงที่ถูกสะท้อนออกมาจากพืชมากที่สุด (ซึ่งทำให้เรามองเห็นพืชส่วนใหญ่มีสีเขียว) แสงสีเขียวจึงมีบท

บาทไม่มากต่อการเจริญเติบโตของพืชและต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง การศึกษาในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงบท

บาทของแสงสีเขียวในพืช แต่อย่างไรก็ตามการได้รับแสงสีเขียวร่วมกันกับแสงสีน้ำเงิน แสงสีแดง และแสงช่วงไกลสีแดง

ส่งผลต่อการตอบสนองของปากใบ การเจริญของลำต้นตามการตอบสนองต่อแสง และการส่งสัญญาณเพื่อตอบสนองต่อ

สภาพแวดล้อม บ้างเชื่อว่าแสงสีเขียวส่งผลต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของคลอโรพลาสต์ที่อยู่ในชั้นลึกลงไปในผิว

ใบเนื่องจากแสงสีเขียวสามารถทะลุเข้าไปในใบได้ดีกว่าแสงสีแดงและสีน้ำเงิน ทำให้กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิด

ขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อพืชได้รับแสงสีเขียวในปริมาณที่เหมาะสม

 

แสงสีแดง (Red light; แสงที่ความยาวคลื่น 640 – 680 นาโนเมตร)

แสงสีแดงพบอยู่ปริมาณมากบริเวณกลางแดด มีส่วนสำคัญต่อการควบคุมการออกดอก และออกผลของพืช แสงที่ความ

ยาวคลื่นในช่วงนี้ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคลอโรฟิลล์ การเจริญของลำต้นในด้านความสูงและการออกกิ่งก้าน แสงที

ความยาวคลื่น 660 นาโนเมตรส่งผลต่อการปลูกพืช horticulture เนื่องจากมีบทบาทอย่างมากต่อกระบวนการสังเคราะห์

ด้วยแสง พืชที่มีตัวรับแสงสีแดงมากจะมีการสร้างฮอร์โมนที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของคลอโรฟิลล์ในปริมาณสูงกว่าปกติ

การให้แสงสีแดงกับพืชมีประโยชน์ในการปรับวงจรการรับแสง โดยการให้แสงสีแดงจะเหนี่ยวนำให้เกิดการออกดอกของพืช

วันยาว (long-day plant) แต่ยับยั้งการออกดอกของพืชวันสั้น (short-day plant)แล้วพืชวันสั้นกับพืชวันยาวตอบสนองต่อ

แสงสีแดงได้อย่างไรนั้น อธิบายได้ว่า พืชบางชนิด (ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะมีการตอบสนองแบบนี้) เข้าใจการรับแสงสีแดงผ่าน

การสัมผัสกับแสงแดด อย่างที่กล่าวไว้ว่าแสงสีแดงพบอยู่ปริมาณมากบริเวณกลางแดด หมายความว่าพืชจะได้รับแสงสีแดง

ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งช่วงเวลาสั้นยาวของเวลากลางวัน (day-length) ภายในรอบ 24 ชั่วโมง (หรือ 1 วัน) นั้นจึงส่งผลต่อ

การได้รับแสงสีแดง และส่งผลต่อไปถึงการออกดอก โดยพืชแต่ละชนิดจะมีค่าๆหนึ่งซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าหากช่วงเวลากลางวัน

ภายใน 24 ชั่วโมงสั้นหรือยาวไปกว่านี้ พืชชนิดนี้จะออกดอกหรือไม่ออกดอกเราเรียกค่านี้ว่า “ความยาววันวิกฤต (critical day

-length)”สำหรับพืชวันยาวจะเป็นชนิดของพืชที่ออกดอก เมื่อระยะเวลาที่พืชได้รับแสงมากกว่าความยาววันวิกฤต ยกตัวอย่าง

เช่น ผักโขมมีค่าความยาววันวิกฤตเท่ากับ 13 ชั่วโมง หมายความว่าผักโขมจะออกดอกก็ต่อเมื่อได้รับแสงมากกว่า 13 ชั่วโมง

ต่อ 1 วันสำหรับพืชวันสั้นจะเป็นชนิดของพืชที่ออกดอก เมื่อระยะเวลาที่พืชได้รับแสงน้อยกว่าความยาววันวิกฤต ยกตัวอย่าง

เช่น เบญจมาศมีค่าความยาววันวิกฤตเท่ากับ 15 ชั่วโมง หมายความว่าเบญจมาศจะออกดอกก็ต่อเมื่อได้รับแสงน้อยกว่า 15

ชั่วโมงต่อ 1 วันแสงสีแดงช่วยควบคุมการออกดอกของพืชวันสั้นและวันยาวได้อย่างไรนั้น ในพืชวันยาว พืชเข้าใจว่าช่วงที่ได้

รับแสงสีแดงคือช่วงเวลาที่มีแดด เมื่อช่วงเวลาที่ให้แสงสีแดงมากกว่าค่าความยาววันวิกฤติ พืชก็จะออกดอก (ต่อให้เวลานั้น

ตามความจริงจะเป็นเวลากลางคืนก็ตาม) กลับกันกับพืชวันสั้นที่จะไม่ออกดอกเมื่อช่วงเวลาที่ให้แสงสีแดงมากกว่าค่าความยาว

วันวิกฤต เท่ากับว่าเราจึงสามารถใช้แสงสีแดงควบคุมการออกของพืชบางชนิดได้

 

แสงสีไกลแดง (Far Red light; แสงที่ความยาวคลื่น 750 – 850 นาโนเมตร)

ในธรรมชาติ บริเวณกลางแดดเราจะพบว่ามีปริมาณแสงสีแดงอยู่สูง แต่ในทางกลับกัน เราจะพบปริมาณแสงสีไกลแดงอยู่

สูงในที่ร่ม พืชจึงทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เติบโตอยู่ผ่านความเข้มของแสงสีแดงและสีไกลแดง อัตราส่วนระหว่าง

แสงสีแดงต่อแสงสีไกลแดง (R to FR ratio) จึงส่งผลแตกต่างกันไปในพืชแต่ละชนิด ยกตัวอย่างเช่น การงอกของเมล็ด

ของพืชถูกยับยั้งในสภาวะที่มีอัตราส่วนระหว่างสีแดงต่อแสงสีไกลแดงต่ำ โดยพบว่าการงอกของเมล็ดถูกยับยั้งไปกว่า 30%

เมื่ออัตราส่วนของแสงสีแดงต่อแสงสีไกลแดงลดลงจาก 1.1 เป็น 0.6 เนื่องจากพืชเข้าใจว่าขณะที่ได้รับแสงสีไกลแดงใน

ปริมาณสูงอยู่นั้น หมายความว่าสภาพแวดล้อมในขณะนั้นคือที่ร่ม ซึ่งไม่เหมาะสมต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง จึง

ชะลอการเจริญเติบโตไว้ก่อน เมล็ดจึงมีการงอกที่ช้ากว่า แต่ก็มีพืชบางชนิดที่อาศัยร่มเงาในการตอบสนองต่อการเจริญ

ของลำต้น เช่น พวกไม้เรือนยอด กลับพบว่าแสงสีไกลแดงปริมาณสูงช่วยให้พืชสามารถยืดความสูงได้มากกว่า เนื่องจาก

พืชเข้าใจว่ากำลังเติบโตอยู่ในที่ร่ม จึงต้องแข่งขันในด้านความสูงกับพืชชนิดอื่นเพื่อให้ได้รับแสงสว่าง ดังนั้นแล้วการเลือก

ใช้ไฟสำหรับ horticulture lighting จึงไม่แนะนำให้มีปริมาณของแสงสีไกลแดงที่สูงมากนัก

ติดต่อเรา

 
บริษัท เอส.อิเล็กตริกส์ จำกัด
127 หมู่5 ซ.บุญเสริม ตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74110
โทร: 084 629 1447
โทร: 075 258 839
แฟ็กซ์: 075 258 838
อีเมล์: Office@s-electric.co.th
 

เวลาทำการ

ติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

QRCODE

© 2017 SED Lighting. All Rights Reserved. Designed By SED Team